แฟชั่นรองเท้าและการดูแลรักษา

วิธีการดูแลและทำความสะอาดรองเท้าแฟชั่น

วิธีการดูแลและทำความสะอาดรองเท้าแฟชั่น

 

ในปัจจุบันอัตราการสวมใส่รองเท้าแฟชั่นนั้นมีเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอยู่มาก ซึ่งเมื่อเทียบกับสมัยก่อนแล้วรองเท้าที่สวมใส่มีไม่กี่ชนิดเท่านั้นแต่สำหรับปัจจุบันนี้รองเท้ามีหลากหลายชนิดมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้อีกสาเหตุที่ทำให้รองเท้าแฟชั่นได้รับความนิยมในปัจจุบันก็น่าจะเกิดมากจากรสนิยมการแต่งตัวที่กว้างขึ้นในปัจจุบันอีกด้วยทำให้การเลือกหารองเท้าที่สามารถใส่แล้วเข้ากับการแต่งตัวนั้นต้องมีมากขึ้นตามไปด้วย และเมื่อเรามีรองเท้าแฟชั่นที่เพิ่มมากขึ้นนั้นสิ่งที่เราควรคำนึกถึงหลังจากนั้นก็คือการดูแลรักษา การทำความสะอาดรองเท้าแฟชั่นเหล่านี้ให้ดูดีสวยงาม นำมาใส่ได้อยู่เสมอๆก็เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอยู่ไม่น้อย เพราะคงไม่มีใครที่ต้องการให้รองเท้าคู่โปรดของคุณนั้นเก่า หมองไม่น่าใส่หรอกใช่มั้ย ดังนั้นเราจึงควรที่จะเรียนรู้วิธีที่จะดูแลและทำความสะอาดรองเท้าแฟชั่นเหล่านี้ด้วยวิธีที่ถูกต้องเพื่อที่เราจะได้มีรองเท้าสวยๆไว้ใส่ไปอีกนานๆ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินซื้อใหม่บ่อยๆ

สำหรับการดูแลและทำความสะอาดรองเท้าแฟชั่นนั้นเราจะต้องสำรวจดูก่อนว่ารองเท้าแฟชั่นที่เราซื้อมานั้นทำมาจากวัสดุอะไร เพราะการดูแลรักษารองเท้าแฟชั่นเหล่านั้นจะต้องดูแลรักษาและทำความสะอาดให้ถูกวิธีกับวัสดุที่ใช้ทำรองเท้านั้นๆ ซึ่งหลายๆคนอาจจะทำความสะอาดแบบผิดๆมาโดยตลอดก็ได้เนื่องจากไม่ทราบว่ารองเท้าแฟชั่นที่ตนเองซื้อมานั้นทำมาจากวัสดุอะไร ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักการรองเท้าที่ทำขึ้นมาจากวัสดุต่างๆกันก่อน

  1. รองเท้าที่ทำจากหนัง รองเท้าที่ทำจากหนังมีหลายชนิดมีทั้งหนังวัว หนังแกะ หนังกลับและหนังแก้ว ซึ่งหนังแต่ละแบบแต่ละชนิดนี้ก็ได้ต้องดูแลและทำความสะอาดที่แตกต่างกันออกไปโดยเราจะแยกออกเป็น 2 ชนิดดังนี้
  • รองเท้าหนังกลับหรือรองเท้ากำมะหยี่ รองเท้าแฟชั่นชนิดจะดูแลรักษาค่อนข้างยาก เมื่อมีรอยเปื้อนเล็กๆน้อยๆ ควรใช้แปรงชนิดพิเศษที่ใช้ทำความสะอาดรองเท้าหนังโดยเฉพาะแปรงสิ่งสกปรกนั้นออกอย่างเบามือ ไม่ควรขัดหรือถูพื้นรองเท้าแรงๆ เพราะจะทำให้รองเท้าเสียหายได้ หลังจากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตรงรอยเปื้อน แต่ขอเน้นย้ำเลยว่าต้องใช้น้ำอุ่นเท่านั้น ใช้น้ำเย็นไม่ได้เพราะจะไปทำลายสีของรองเท้าได้
  • รองเท้าหนังแก้ว รองเท้าแฟชั่นที่เป็นหนังแก้วนั้นจะเป็นรองเท้าที่มีความเงา สวย สะดุดา เมื่อมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกต่างๆเกิดขึ้นบนผิวของรองเท้าเราสามารถใช้กระดาษชุบน้ำหมาดๆ เช็คทำความสะอาดตรงที่เปื้อนหลังจากนั้นก็ใช้ครีมรักษารองเท้าหนังแก้วทาทับอีกที เพื่อรักษาให้หนังแก้วเงาสวยอยู่เสมอแล้วจึงใช้สเปรย์พ่นทับเพื่อป้องกันหนังแห้งและลดการเกิดรอยแตกบนรองเท้าอีกทีหนึ่ง ส่วนการเก็บรักษาหลังจากนั้นก็คือควรที่จะเก็บใส่กล่องที่ไม่อับชื้น ระบายอากาศได้ดี และแยกรองเท้าหนังแก้วออกจากรองเท้าอื่นๆเนื่องจากหนังแก้วนี้จะดูดสีง่ายมากๆ ดังนั้นควรเก็บไว้เดี่ยวๆจะดีกว่า แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องเก็บรวมกับรองเท้าสีอื่นๆก็ควรที่จะหากระดาษมาห่อรองเท้าหนังแก้วไว้
  1. รองเท้าที่ทำจากผ้า ที่เห็นได้ชัดก็น่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบนั้นเอง ถึงแม้ว่ารองเท้าผาใบจะเป็นรองเท้าที่เรามักจะใส่ลุยๆ ไม่ค่อยใส่ใจอะไรมากมาย แต่เมื่อใส่มาแล้วก็ควรที่จะทำความสะอาดอย่างดีแล้วการเก็บรักษาก็เช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าผ้าใบที่มีสีขาวหรือสีอ่อนๆยิ่งต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธีมิฉะนั้นอาจจะทำให้เป็นคราบหรือรอยโคลนได้ สำหรับการดูแลและรักษารองเท้าแฟชั่นที่เป็นผ้าใบนั้นเราสามารถนำไปซักโดยใช้แปรงอ่อนๆหรือแปรงสีฟันเก่าก็ใช้ได้ ซักร่วมกับสบู่อ่อนๆหรือผงซักฟอกก็ได้ หลังจากที่ซักเสร็จแล้วนั้นเราควรใช้กระดาษทิชชูห่อแล้วจึงนำไปตากแดดอ่อนๆ วิธีนี้ก็จะสามารถทำให้รองเท้าผ้าใบของคุณนั่นไม่มีคราบเหลืองโดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบที่เป็นสีขาว
  2. รองเท้าที่ทำจากพลาสติก เป็นรองเท้าที่ผลิตด้วยวัสดุพลาสติก เช่นรองเท้าแฟชั่นทั่วไปของคุณผู้หญิงส่วนมากจะทำด้วยพลาสติก โดยคุณสมบัติของรองเท้าพลาสติกนั้นช่างทนทานต่อสภาพอากาศค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูฝน ไม่ว่าฝนจะต้องมากเท่าไหร่ก็ไม่มีลื่นล้ม ส้นพังแน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดรอยเปื้อนก็จะทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดเป็นเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าแฟชั่นที่ทำความสะอาดง่ายที่สุดในบรรดารองเท้าชนิดอื่นๆ ซึ่งการทำความสะอาดก็คือสามารถน้ำผ้าชุบน้ำมาเช็คที่รอยเปื้อนได้เลยหรือถ้าเป็นเปื้อนมากๆก็สามารถเอาแปรงมาขัดเบาๆเพียงเท่านี้รอยเปื้อนก็จะหายไปอย่างง่ายดาย ส่วนการเก็บรักษาก็ควรทำให้รองเท้าแห้งก่อนแล้วจึงนำไปเก็บไว้ในกล่องรองเท้าเป็นคู่ๆไป

สำรับการดูแลและการเก็บรักษารองเท้าแฟชั่นชนิดต่างๆดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าชนิดใดก็ตามก็ควรที่จะเก็บรองเท้าไว้ในกล่องรองเท้าแยกออกเป็นคู่ๆจะดีที่สุด เพื่อยืดอายุการใช้งานของรองเท้าแต่ละคู่ นอกจากนี้เราจะต้องใช้กระดาษหรือที่ยึดรองเท้าด้วยเพื่อให้รองเท้านั่นอยู่ทรงสวยใส่ได้อีกนาน